2005/Oct/08

เราเพิ่งไปมาเมื่อวานค่ะ สงสัยว่าคงเพราะงานเพิ่งเปิดคนเลยเยอะมาก แทบไม่ต้องเดินเลยค่ะ โดนดันให้ไหลไปเอง แต่ว่าเวลาจะเข้าบู๊ธไหนนี่ลำบากน่าดู ถ้าไปอยู่ตรงกลางๆทางเดินกว่าจะเบียดเข้าบู๊ธได้ก็แทบคลั่ง เลยได้หนังสือมาไม่เยอะอย่างใจอยากค่ะ ได้เฉพาะที่ตั้งใจไว้ล่วงหน้าก่อนมางานว่าต้องได้เลยกะว่าไว้ช่วงใกล้ๆปิดจะไปอีก

แนะนำว่าถ้าไม่อยากไปเบียดคนก็เลือกไปวันหลังๆดีกว่าค่ะงานมีจนถึงวันที่ 16 หรือ 17 ตุลานี้แหละค่ะ เราไม่ค่อยแน่ใจ ส่วนคนไหนไม่อยากนั่งหาบู๊ธหนังสือก็จะมีแผนที่แจกที่บู๊ธประชาสัมพันธ์ตรงทางเข้าค่ะ ถ้ามีปากกาหรือไฮไลท์ช่วยวงชื่อสำนักพิมพ์จะทำให้หาง่ายขึ้นเป็นกอง แต่จะเสียตรงที่เราจะไม่ค่อยได้ดูของสำนักพิมพ์อื่นเพราะเวลามีแผนที่แล้วก็จะดุ่มไปที่ๆอยากไปอย่างเดียว

อืม ก็เป็นคำแนะนำไร้สาระที่หลายคนคงรู้อยู่แล้วของเรา แต่อยากให้ไปดูกันนะคะ ไปช่วยเพิ่มจำนวนบรรทัดที่คนไทยอ่านหนังสือกันต่อปีให้มากขึ้นนิดหน่อยก็ดีค่ะ

2005/Aug/14

เพิ่งอ่านหนังสือจบไปหมาดๆเลยอยากเอามาถามๆว่าแต่ละคนมีหนังสืออะไรในดวงใจกันบ้าง

สุดโปรดที่หนึ่งในดวงใจของเราก็นี่เลย 1. The Lord of the Rings by J.R.R.Tolkien รู้สึกว่าสนุกมาก จินตนาการบรรเจิดเลยค่ะเวลาอ่านหนังสือเล่มนี้ นับถือคนแต่งจริงๆ ใช้เวลาตั้ง 12 ปี เป็นเราคงเบื่อเลิกแต่งไปแล้ว (นี่คงเป็นสาเหตุนึงที่ทำให้เราแต่งฟิคไม่ได้สักที ได้แต่วางแผนถึงเวลาก็เบื่อเลิกไปซก่อนจะเริ่ม - -' )

อันดับต่อมาก็ 2. หัวขโมยแห่งบารามอสค่ะ ถึงจะมาอ่านตอนที่เค้าอ่านจบกันไปหมดแล้ว เพราะเพิ่งจะขออนุมัติงบประมาณจากท่านพ่อได้ก็ป่านนี้ เลยเพิ่งได้อ่าน เราเลยอ่านทีเดียว 2 รอบ (อ่านจบ 4 เล่ม แล้วอ่านซ้ำ) ตอนนั้นก็เลยนั่งกรี๊ดหนังสืออยู่คนเดียว ตอนนี้กำลังจะได้สมาชิกมากรี๊ดเพิ่ม - น้องเราเอง อุตส่าห์ตะล่อมตั้งนานกว่าจะยอมอ่าน

อีกอันคงจะเป็น 3.Collection ของ Eoin Colfer ค่ะ ตั้งแต่ Arthemis Fawl, Supernatural แล้วก็วิญญาณสีม่วงค่ะ

อันต่อมาน่าจะเป็น 4. พ็อกเก็ตบุ๊ค(หรือเปล่า?) แม่วาดเมียบียอร์น ทุกตอนเลยค่ะ ฮาดี อ่านแล้วแก้เครียด แต่ไม่รู้ว่าคนแต่งต้องเครียดแค่ไหนนะคะกว่าจะเขียนหนังสือออกมาแต่ละเล่มได้

แล้วก็อันนี้เลย 5. Princess Diaries ทุกตอนเหมือนกันค่ะ อันนี้ออกแนวหวาน แต่อ่านแล้วก็กรี๊ดเหมือนกันค่ะ

ที่ผ่านมานี่เป็นแบบที่อ่านแล้วอยากอ่านอีกนะคะ ส่วนต่อไปนี้จะเป็นพวกที่ซื้อมาแล้ว เสียดายตังค์ ไม่ใช่ว่าไม่สนุกนะคะ(บางเล่มก็สนุกแต่บางเล่มนี่แทบโยนทิ้ง) แต่ว่ามันน่าเบื่อ ไม่ก็ยากเกินกำลังสมองน้อยๆของเรา

1.The Silmarillion by J.R.R.Tolkien อันนี้กำลังพยายามอ่านอยู่ค่ะ หลังจากหมดกำลังใจไปรอบนึงเพราะมันยากเหลือหลายเนื่องจากใช้ภาษาโบราณ อังกฤษธรรมดาๆยังไม่ค่อยจะรอด กระแดะจะอ่านเล่มนี้ก็ทุกข์ไปตามระเบียบ

2.พวกนิทานโบราณๆที่เป็นภาษาอังกฤษอ่ะค่ะ อ่านแล้วจินตนาการตามไม่ไหว เราไม่เคยเห็นของจริงนี่คะ อย่างเสื้อผ้านี่ยังพอไหวเพราะมีหนังพีเรียดออกมาให้ดู แต่อย่างเครื่องมือบางอย่าง หรือความเชื่อของคนสมัยก่อนนี่สุดปัญญาจริงๆ

3.Harry Potter ทุกตอน แต่ไม่ชอบมากขึ้นเรื่อยตามจำนวนเล่มที่เพิ่มขึ้นค่ะ (ขออภัยอย่างแรงสำหรับสาวกแฮร์รี่ - -") แต่ยังไงก็ต้องนับถือคนแต่งอีกแหละว่าแต่งให้เราอ่านแล้วเกลียดแฮร์รี่ได้เนี่ย ทั้งๆที่มันก็เป็นแค่ตัวละครในหนังสือ สุดยอดจริงๆ

4.หนังสือพวกปรัชญา ธรรมะ อะไรประมาณนี้ที่ไม่รู้มาอยู่ในตู้หนังสือได้ไงทั้งๆที่เราไม่เคยแตะ สงสัยอยู่มาตั้งแต่พ่อหนุ่มๆ เราอ่านหนังสือเน้นที่เราชอบแล้วที่สำคัญเน้นแก้ครียดค่ะ เพราะฉะนั้นไอ้พวกที่ต้องใช้หัวคิดเยอะๆเราไม่นิยมค่ะ (ถึงได้โง่จนถึงปัจจุบัน)

5.อันนี้ขาดไม่ได้เลยค่ะ หนังสือเรียนไงคะ ตอนเด็กๆเราชอบอ่านนะ พวกภาษาไทยเนี่ยชอบเอามาอ่านก่อนเปิดเทอม เพราะมันมีนิทาน มีเรื่องสนุกๆเยอะดีค่ะ แต่พอโตขึ้น แนวหนังสือมันเปลี่ยนอ่ะค่ะ ไม่สนุกเหมือนเล่มตอนประถม เราเลยไม่ค่อยอ่านแล้ว พอเข้ามหาลัยยิ่งแล้วใหญ่ เจอแต่textเล่มหนาๆ ที่ยังอ่านมันอยู่เพราะมันกำเกรดเราไว้นะสิคะ T T

ของเราก็คงมีประมาณนี้ (เท่าที่นึกออกโดยไม่ลุกไปค้น) แล้วของเพื่อนๆเป็นยังไงบ้างคะ

2005/Aug/14

หุๆ หลังจากว่างเว้นไปนานด้วยสาเหตุแห่งความขี้เกียจเป็นหลัก เราก็กลับมาอัพบล็อกตัวเองอีกครั้ง ตื่นเต้นนิดหน่อยใกล้จะเปิดเทอมแล้ว(กว่าจะเปิดได้ ชาวบ้านเค้าเรียนไปถึงไหนต่อไหน- -') แต่คิดถึงเพื่อนๆมากมาย อยากเจอกันอีกเร็วๆ เรียนมหาลัยแล้วคงยากน่าดู แอบไปเรียนกะเพื่อนมาแล้ว ยากชะมัด จะรอดมั้ยเนี่ยตู